ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พุทธศาสนาในไทย

พุทธศาสนาในไทย


สำหรับประเทศไทยปัจจุบัน พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท (หีนยาน) ด้วยกัน แยกออกเป็น 2 นิกาย แต่เป็นเพียงนิกายสงฆ์ มิใช่ถึงกับเป็นนิกายพุทธศาสนา ได้แก่ ฝ่ายคันถธุระ (ธุระคือการเรียนพระคัมภีร์) คือมหานิกาย กับฝ่ายวิปัสสนาธุระ (ธุระด้านการเจริญวิปัสสนา) คือธรรมยุติกนิกาย

 

นิกายในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นหลังจากพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้วประมาณ 100 ปี ช่วงเวลานั้นพุทธศาสนิกเกิดการแตกแยกทางความคิดในการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กระทั่งถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชจึงแยกกันออกเป็นนิกายใหญ่ 2 นิกาย คือ มหายาน กับ หีนยาน

1.มหายาน คำ "มหายาน" แปลว่ายานใหญ่ เป็นนิกายของภิกษุฝ่ายเหนือของอินเดีย มุ่งหมายเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มหาชนเลื่อมใสก่อนแล้วจึงสอนให้ระงับดับกิเลส ทั้งยังได้แก้ไขคำสอนให้ผันแปรไปตามลำดับ นิกายนี้แผ่เข้าไปเจริญรุ่งเรืองในทิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเวียดนาม พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก ป.อ.ปยุตโต (ปัจจุบันสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์) อธิบายความว่า บ้างเรียก อุตรนิกาย แปลว่านิกายฝ่ายเหนือ บ้างเรียก อาจารยวาท แปลว่าลัทธิของอาจารย์ คู่กับ ทักษิณนิกาย หรือนิกายฝ่ายใต้ คือหีนยานหรือเถรวาท

2.หีนยาน คำ "หีนยาน" แปลว่ายานเล็ก เป็นนิกายของภิกษุฝ่ายใต้ที่สอนให้พระสงฆ์ปฏิบัติเพื่อดับกิเลสของตนเองก่อน และห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไขพระวินัยอย่างเด็ดขาด รุ่งเรืองในศรีลังกา พม่า ลาว กัมพูชา และไทยซึ่งนับถือนิกายนี้สืบต่อกันมาแต่บรรพชน (พจนานุกรมพุทธศาสน์ฯ อธิบายศัพท์ เถรวาท ว่า วาทะหรือลัทธิของพระเถระนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายใต้ ซึ่งถือตามคติที่พระอรหันต์พุทธสาวกได้วางหลักธรรมวินัยเป็นแบบแผนไว้เมื่อครั้งปฐมสังคายนา)

ชาวเถรวาทเชื่อว่าพระพุทธองค์ได้ทรงเห็นความเป็นไปของชีวิตที่เกิดมาต้องมีทุกข์และรับผลของทุกข์ จึงทรงพยายามที่จะออกจากวงล้อแห่งวัฏสงสาร ด้วยความวิริยะอันยิ่งใหญ่ทำให้ทรงค้นพบอริยสัจ 4 และปฏิจจสมุปบาทซึ่งเป็นความจริงอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในความหมุนเวียนแปรเปลี่ยนของโลก

ข้อแตกต่างระหว่าง 2 นิกาย มีอาทิ หีนยานถือเรื่องอริยสัจเป็นสำคัญ มหายานถือเรื่องบารมีเป็นสำคัญ หีนยานถือคุณภาพของศาสนิกชนเป็นสำคัญ มหายานถือปริมาณเป็นสำคัญ จึงต้องลดหย่อนการปฏิบัติพระวินัยบางข้อลงเข้าหาบุคคล หีนยานมีพระพุทธเจ้าองค์เดียวคือพระสมณโคดมหรือพระศากยมุนี มหายานมีพระพุทธเจ้าหลายองค์ องค์เดิมคือ อาทิพุทธ (กายสีน้ำเงิน) เมื่อท่านบำเพ็ญฌานก็เกิดพระฌานิพุทธอีกมาก

หีนยานมีความพ้นจากิเลส ชาติภพ เป็นอัตตัตถจริย (ประโยชน์ตน) แล้วบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นเป็นโลกัตถจริย (ประโยชน์แก่โลก) เป็นความมุ่งหมายสำคัญ มหายานมีความเป็นพระโพธิสัตว์ หรือพุทธภูมิ เพื่อบำเพ็ญโลกัตจริยาได้เต็มที่ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยปัจจุบัน พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท (หีนยาน) ด้วยกัน แยกออกเป็น 2 นิกาย แต่เป็นเพียงนิกายสงฆ์ มิใช่ถึงกับเป็นนิกายพุทธศาสนา ได้แก่ ฝ่ายคันถธุระ (ธุระคือการเรียนพระคัมภีร์) คือมหานิกาย กับฝ่ายวิปัสสนาธุระ (ธุระด้านการเจริญวิปัสสนา) คือธรรมยุติกนิกาย




มหานิกายคือคณะสงฆ์ไทยเดิมที่สืบมาแต่สมัยสุโขทัย เน้นทางสร้างฐานพระศาสนาคือสอนคนทั่วไป ธรรมยุติกนิกายคือคณะสงฆ์ที่ตั้งขึ้นใหม่ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นภิกษุในรัชกาลที่ 3 เน้นการฝึกตนเองไปสู่ความหลุดพ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อเรียกนิกายหีนยานเป็นเถรวาท ทั้งนี้ ปรากฏคำ หีนยาน (ซึ่งฝ่ายมหายานเรียก) มีการเริ่มใช้ตั้งแต่ประมาณพ.ศ.400 ต่อมาในการประชุมองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พสล) ครั้งแรก ที่ประเทศศรีลังกา เมื่อพ.ศ.2493 ที่ประชุมมีมติให้เลิกใช้คำว่าหีนยาน และให้ใช้คำว่า "เถรวาท" ในทุกกรณี

http://board.palungjit.com/f14/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2-12701.html



ผู้ตั้งกระทู้ 277 :: วันที่ลงประกาศ 2011-01-22 03:20:39


[1]

ความเห็นที่ 1 (3296534)

การห่มผ้าลดไหล่ของภิกษุแบบธรรมยุตสีกลัก มีสังฆาฏิพาด ที่พระธรรมยุตินิกายปัจจุบันนิยมครอง

การห่มดองหรือการครองผ้าของภิกษุที่มีผ้าประคดอกและสังฆาฏิพาดไหล่ สีเหลืองแสดที่พระสงฆ์มหานิกายนิยมครองในปัจจุบัน

ผู้แสดงความคิดเห็น 4545 วันที่ตอบ 2011-01-22 03:38:56



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *

ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.